ที่มา คุยกับหมออ่อน
วันนี้เบรคจากเรื่องอินเดียมาดูเคสในบ้านเรากันบ้างนะครับ เนื่องจากเมื่อคืนรับผู้ป่วยส่งตัวมารักษาฉุกเฉิน ถูกเครื่องจักรกระชากผมทำให้หนังศรีษะหลุดออกมาดังภาพ หนังศีรษะผู้ป่วยที่ถูกกระชากหลุดออกมามักจะถูกดึงขาดบริเวณใต้คิ้วต่อกับเปลือกตาบน ในชั้นใต้กล้ามเนื้อ เนื่องจากเป็นส่วนที่แข็งแรงน้อยที่สุด กรณีแบบนี้ถือว่าเป็นเคสเร่งด่วน ผู้ป่วยหรือผู้พบเห็นควรปฐมพยาบาลพันศีรษะห้ามเลือด เก็บชิ้นส่วนหนังศรีษะใส่ถุงพลาสติกสะอาด แล้วเอาถุงพลาสติกแช่ในกระติกน้ำแข็ง จากนั้นรีบไปรพ. อย่างเร็วที่สุดครับ (ห้ามนำหนังศีรษะใส่น้ำแข็งโดยตรงนะครับ เนื้อเยื่อจะบาดเจ็บ)
ขั้นตอนการรักษาคือทีมแพทย์จะหาหลอดเลือดเล็กๆที่ศรีษะผู้ป่วย และหนังศรีษะที่ขาด ตัดหลอดเลือดเสียทิ้ง นำหลอดเลือดดำจากขา หรือแขนมาเชื่อมหลอดเลือดทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน จึงจะทำให้หนังศีรษะมีชีวิตต่อไปได้ การต่อหลอดเลือดนี้ต้องทำด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือแว่นขยายกำลังสูง จึงจะได้ผลดี
รายนี้ผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดสี่ทุ่มเมื่อคืน เสร็จสิบโมงเช้า ต่อหลอดเลือดแดงหนึ่งเส้น หลอดเลือดดำสี่เส้น ผลจนถึงขณะนี้น่าพอใจ แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามดูแลใกล้ชิดอีก 1-2 สัปดาห์จึงทราบผลครับว่าต่ออวัยวะสำเร็จหรือไม่
ปล. ขอโทษ elective case วันนี้ด้วยนะครับที่ต้องถูกเลื่อนออกไป
ส่วนรูปอินเดีย ถ้ามีเวลาเดี๋ยวค่อยๆ ทยอยเอามาลงให้ดูครับ
เมื่อเวลา 15.00 น. (31 มี.ค.58) ศูนย์เวหาปทุม รับแจ้งเหตุมีผู้บาดเจ็บ ถูกเครื่องจักรหนีบบริเวณศรีษะ ภายในโรงงานทำสีแห่งหนึ่ง เลขที่ 9/7 ม.4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี...
ผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นหญิง 1 ราย ถูกเครื่องปั่นสี ดึงผมและหนังศรีษะหลุดออกไปจากศีรษะลงไปในเครื่อง...
รถกู้ชีพโรงพยาบาลธัญบุรี ดำเนินกาช่วยเหลือรนำส่ง โรงพยาบาลธัญบุรี...
ส่วนสาเหตุระหว่างสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ในเขต ท้องที่ สภ.ธัญบุรี...
ขอบคุณภาพข่าว โดย... ปทุม 14.61 เวหาปทุมธานี
หมายเหตุ! การนำเสนอภาพข่าว คลิปวีดีโอ อุบัติเหตุ อาชญากรรม ณ ที่แห่งนี้! เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่สนใจ และ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัคร กู้ชีพ กู้ภัย กลุ่มคนจิตอาสาฯ เท่านั้น! โดยไม่มีเจตนา หรือ เกี่ยวข้องกับบุคคล หรือ ทุกกรณีที่ปรากฏในภาพข่าวนั้นๆ และไม่มีผลเกี่ยวข้องใดกับทางคดีความทั้งสิ้น! หากผิดพลาดประการใดในการนำเสนอไม่ว่าจะข้อเท็จจริง หรือ สิ่งใด ทีมข่าว RKU News ทีมงานคนหลังไมค์ ขออภัยไว้ ณ ที่แห่งนี้!
ที่มา: http://hot.ohozaa.com/hot-5-15-159140





0 comments:
Post a Comment